[REVIEW] “Childs Play (2019)” ชัคกี้ฉบับใหม่ ทั้งโหด ทั้งฮา พล็อตทันสมัย | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Childs Play (2019)” ชัคกี้ฉบับใหม่ ทั้งโหด ทั้งฮา พล็อตทันสมัย | GOSSIP GUN

       พูดถึง Child's Play คอหนังชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี เรียกกันง่ายๆว่า "ชัคกี้"ตามชื่อของตุ๊กตาผี ที่ถูกวิญญาณสุดแค้นของฆาตกรมาสิง จนกระทั่งจับมีดมาไล่แทงคนตาย ซึ่งหนังภาคแรกออกฉายเมื่อปี 1988 แม้จะไม่ได้กวาดรายได้อะไรมากนัก แต่ด้วยความโหดสะใจ และความบ้าของพล็อต ทำให้ Child's Playกลายเป็นหนังคัลต์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มแฟนๆหลังจากนั้น จนกระทั่งมีภาคต่อออกมาได้มากถึง6 ภาค เข้าโรงบ้าง ลงแผ่นเลยบ้าง จนกระทั่งปีนี้ Child's Play ถูกนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง แต่ไม่ได้มาในลักษณะภาคต่อแล้ว เป็นการรีบูทใหม่ทั้งหมด ยกเครื่องเรื่องราวให้เข้ากับยุคสมัย ให้สมกับที่เป็น Child's Play ในปี 2019 มากยิ่งขึ้น

       โดยใน Child's Play ได้อัปเกรดพล็อต จากตุ๊กตาเฉยๆกลายเป็น ตุ๊กตากึ่งหุ่นยนต์ที่ฝัง AI ไว้ข้างใน เป็นตุ๊กตาสมองกลที่สามารถเชื่อมต่อได้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆของบริษัท ทั้งคอมพิวเตอร์ ระบบควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ทำให้ตุ๊กตาตัวนี้เก่งกว่าเดิม แต่แล้วเรื่องอันตรายก็เริ่มขึ้น เมื่อตุ๊กตาตัวหนึ่งถูกยกเลิกระบบความปลอดภัยโดยบังเอิญ และมันก็กลายเป็นของขวัญของเด็กผู้ชายวัย13 ปีที่ชื่อ แอนดี้ ซึ่งอาศัยอยู่กับแม่แบบเหงาๆ กับพ่อเลี้ยงที่ไม่รักเขา ตุ๊กตาตัวนี้ซึ่งถูกตั้งชื่อว่า ชัคกี้ จึงกลายเป็นเพื่อนใหม่ของแอนดี้ และมันเองก็ค่อยๆเริ่มเรียนรู้ความโหดร้ายจากสื่อต่างๆ และเริ่มใช้ความรุนแรงในการปกป้องแอนดี้จากสิ่งที่แอนดี้ไม่ต้องการ

       แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ Child's Play ฉบับใหม่นี้ แตกต่างจากเดิมก็คือพล็อตนี่แหละ ที่ใส่เทคโนโลยี ความสมัยใหม่เข้าไป ทำให้มันต่างจากฉบับเดิมๆ ที่เน้นไปที่วิญญาณฆาตกร และการเลือกเอาเรื่องเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องนั้น ทำให้หนังสามารถสร้างสรรค์ฉากโหดๆที่เกิดขึ้นจากชัคกี้ ได้ต่างจากเดิมมากยิ่งขึ้น แม้จะมีบางฉากที่เน้นระทึกในแบบเดิมอยู่บ้าง แต่ก็มีหลายฉากที่สดใหม่ไปจากเดิม แม้ว่ามันจะดูเว่อร์ๆ หรือเกินจริงอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ย่ำรอยเดิมของภาคก่อนๆอย่างแน่นอน ยิ่งช่วงท้ายของหนังยิ่งหยิบเอาความเป็นของใหม่ ยุคใหม่ มาใช้อย่างน่าสนุก (แต่ขอไม่สปอยล์ตรงนี้)

       อย่างไรก็ตาม แม้พล็อตจะใส่ความทันสมัยเข้าไป แต่สไตล์การเล่าเรื่องของหนังนั้น ยังคล้ายๆเดิม หนังยังคงเน้นความโหด ความสะใจ และความบ้าเลือดเป็นหลัง ดูไปซักพักจะสัมผัสได้ว่า นี่คือหนังเกรดบีอย่างเต็มตัว หนังแทบจะไม่พยายามเป็นหนังเกรดเอด้วยซ้ำ ไม่ขอเล่าเรื่อง หรือสร้างฉากต่างๆให้สมจริง เน้นความเว่อร์ เน้นความบ้าเป็นหลัก ซึ่งนี่แหละคือหัวใจสำคัญของชัคกี้ ไม่ว่าจะภาคไหนๆ ใครที่ติว่าหนังไม่สมจริงเอาเสียเลย คงไม่เคยดูเวอร์ชั่นก่อนๆมาซะแล้ว ซึ่งฉบับนี้ก็เช่นกัน ยังคงเล่าเรื่อง บูชาความดิบของหนังเกรดบี

       ในแง่ของนักแสดง แกเบรียล เบตแมน รับบทเด็กชายวัย 13 เจ้าของตุ๊กตาชัคกี้ เขาและแก๊งเพื่อนวัยเดียวกันในอพาร์ตเมนต์ ดูมีเสน่ห์และน่าเอาใจช่วย ในขณะที่ โอเดรย์ พลาซ่า ซึ่งรับบทแม่ของแกเบรียลนั้น ก็ดูดึงดูดบนจอ แม้ว่าเราจะติดภาพเธอกับบทตลกเสียมากกว่า ส่วนนักแสดงที่มาพากย์เสียง ชัคกี้ในฉบับนี้ เปลี่ยนจาก แบรด ดูริฟท์ ในเวอร์ชั่นก่อนๆ มาเป็น มาร์ค แฮมิลล์ นักแสดงระดับตำนานเจ้าของบทบาท ลุค สกายวอล์กเกอร์ จาก Star Wars นั้นเอง เสียงแกดูโรคจิตเข้ากับบทนี้ดีทีเดียว

       สรุปแล้ว Child's Play ฉบับใหม่ ทำออกมาได้บันเทิงอย่างน่าพอใจ ทั้งโหด ทั้งฮา ทั้งบ้า แบบที่หนังของชัคกี้ควรจะเป็น แถมอัปเกรดพล็อตให้เข้ากับยุคสมัยอีกด้วย แอบเสียดายนิดๆที่หนังสั้นไปหน่อย พอเดินเรื่องไวปุ๊ป เวลา 90 นาที ก็ดูผ่านไปไวมากๆ แถมฉากโหดให้อีกซัก 2-3ฉากน่าจะยิ่งฟินมากยิ่งขึ้น

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)