SO WATCH BY GOSSIPGUN

SO WATCH BY GOSSIPGUN

Long Shot และ 5 หนังรักข้ามชนชั้นที่ไม่ควรพลาด

 

          ซึ่งหนังเรื่อง Long Shot เป็นตามคำกล่าวที่ว่านี้เลย เพราะหนังเล่าถึง เฟร็ด ฟลาสกี้ (รับบทโดย เซ็ธ โรแกน) นักข่าวที่กำลังตกงาน ที่ดันบังเอิญเจอกับ ชาร์ล็อตต์ (รับบทโดย ชาร์ลีซ เธียรอน) อดีตพี่เลี้ยงสาวที่เขาเคยตกหลุมรักสมัยอายุ 13 ปี แต่ปัญหาเดียวเลย (และเป็นปัญหาใหญ่มากๆด้วย) คือ ปัจจุบันเธอนั้นเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ และกำลังจะลงสมัครเป็นประธานาธิบดีอีกด้วย เธอทั้งสวย เธอทั้งเก่ง แต่เขากลับตกงาน และน่าสิ้นหวังเสียไม่มี การกลับมาเจอเธอครั้งนี้ ทำให้หัวใจเขาพองโตอีกครั้ง แต่ความรักระหว่างคนสองคน ที่สถานะทางสังคมแตกต่างกันขนาดนี้ จะเป็นจริงได้หรือไม่?

 

              คอลัมน์So Watch ในสัปดาห์นี้ เลยขอหยิบเอาหนัง Long Shot ที่กำลังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ขณะนี้ มารีวิวซักหน่อย ว่าหนังจริงๆแล้ว น่าดูขนาดไหน และสำหรับคนที่ดูแล้วชื่นชอบ สัปดาห์นี้เราขออนุญาตหยิบเอาหนังที่ว่าด้วยเรื่อง "ความรักต่างชนชั้น" มาแนะนำกันซัก 5 เรื่อง ลองเลื่อนไปอ่านกันดูครับ ว่าดูครบแล้วหรือยัง?

 

 

ความตลกเกรียนสไตล์ Seth Rogan

 

          ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักแสดงตลกที่มีผลงานหนังทำเงินและมีอิทธิพลอย่างมากในตลาดของอเมริกาอย่างชัดเจน คือ เซ็ธ โรแกน ที่แจ้งเกิดจากหนังตลกโรแมนติกเรื่อง Knocked Up เรีื่องราวของชายสุดเกรียนที่ดันทำสาวฮ็อตตั้งครรภ์ พวกเขาจึงตัดสินใจเก็บเด็กไว้ และพยายามเรียนรู้ในการเป็นพ่อแม่ และใช้ชีวิตคู่ในขณะเดียวกัน หลังจากหนังได้รับความนิยมอย่างมาก เซธ โรแกน ก็มีตลกทำเงินในอเมริกาออกฉายอีกชุดใหญ่ ไล่ตั้งแต่ The Pineapple Express, This Is The End, Sausage Party และที่โด่งดังมากที่สุดคือ Bad Neighbors ที่แสดงประกบ แซ็ค แอฟร่อน ที่กวาดรายได้อย่างงดงาม จนกระทั่งมีภาคต่อตามออกมา

 

          โดยปกติแล้ว หนังตลกของ เซ็ธ โรแกน นั้น จะมาพร้อมกับพล็อตเรื่องสุดห่าม ที่เปิดโอกาสให้ทีมนักแสดง ได้เล่นมุกเกรียนๆเพียบ โดยเขาและบรรดาเพื่อนๆนักแสดงตลกแก๊งนี้ มักจะใช้มุกตลกโดยการหยิบเอา Pop Culture มาแซว ทั้งบรรดาคนดังหนังเพลง ที่เข้ากับยุคสมัย จะถูกหยิบนำมาพูดถึง อ้างถึง กล่าวถึง ในแบบตลกร้ายอยู่ประจำ (ที่หนักสุดเห็นจะเป็นหนังเรื่อง The Interview ที่เล่าเรื่องราวการลอบสังหารประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ จนกลายเป็นข่าวฉาวมาแล้ว แต่หนังฮามากๆ)

 

          ถ้าจัดหนัง Long Shot เข้าสู่กรุ๊ปหนังตลกของพระเอกอารมณ์ดีคนนี้ ก็ต้องถือว่าอยู่ในกลุ่มที่ตลกระดับต้นๆเหมือนกัน ด้วยพล็อตเรื่องราวของหนุ่มนักข่าว ที่ดันตกหลุมรักพี่เลี้ยงสาวสมัยเด็กที่ปัจจุบันเป็นว่าที่ผู้สมัครประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ทำให้หนังไม่เพียงแต่จะสามารถหยิบวงการบันเทิงมาแซวเท่านั้น แต่สามารถหยิบเรื่องราวในแวดวงการเมือง รวมถึงผู้นำระดับโลกมาแซวได้ด้วย (ด้วยความที่ตัวละครนางเอกในเรื่อง ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ) ถ้าใครที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ก็น่าจะเอ็นจอยกับมุกตลกมากมายที่หนังใส่ไว้อย่างแพรวพราว ดังนั้นพาร์ทของการเป็นหนังตลกแล้ว Long Shot ถือว่าสอบผ่านแบบสบายๆ มีมุกมาให้ขำกันหลายก๊ากเลยทีเดียว

 

เคมีที่เข้ากันของพระนาง

 

          สิ่งที่ค่อนข้างน่าเป็นห่วงในตอนแรกก่อนจะดูหนังนั้น คือเคมีของพระนางอย่าง เซ็ธ โรแกน และชาร์ลีซ เธียรอน ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า เซ็ธ โรแกน ในบทนักข่าวหนุ่มตกงานนั้น ดูเหมาะสม อย่างมาก และเขาจะรับบทนี้ได้อย่างฮาแน่นอน ส่วน ชาร์ลีซ เธียรอน ในบทผู้สมัครประธานาธิบดีอเมริกา เธอน่าจะเล่นได้อย่างน่าสง่างามได้ไม่ยาก เพราะเธอมีมาดความเป็นนางพญาอยู่แล้ว ในมุมของตัวละครก็น่าจะสร้างมิติให้กับตัวละครนี้ได้ แต่สิ่งที่ผู้ชมสงสัยคือ สองคนที่ต่างกันสุดๆ อย่าง เซ็ธ และชาร์ลีซ จะมาเล่นบทเหล่านี้ประกบกัน เคมีมันจะได้หรือ

 

          ผลปรากฏว่า เซ็ธ โรแกน และชาร์ลีซ เธียรอน เคมีเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ แน่นอนว่าทั้งคู่ทำได้ดีในบทของตัวเอง และทุกครั้งที่ปรากฏตัวด้วยกันบนจอ ด้วยความต่างกันนี่เอง ยิ่งทำให้ตัวละครของทั้งคู่ ดูไม่คู่ควรกันอย่างยิ่งในตอนแรก ความรักระหว่างสองตัวละครนี้ ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ในที่สุด หนังก็สร้างสถานการณ์ต่างๆ ที่ทำให้คนดู ตกหลุมรักทั้งคู่ และเมื่อทั้งคู่ตกหลุมรักกันแล้ว ผู้ชมก็ต่างเอาใจช่วย ในสถานะที่แตกต่างกันระหว่างสองตัวละคร และเอาใจช่วยของคนนี้

 

ความโรแมนติกที่ลงตัวของหนัง 

          อันที่จริงแล้ว หนังโรแมนติกส่วนใหญ่ ถือว่าคาดเดาบทสรุปได้ไม่ยาก เพราะหนังโรแมนติกคอเมดี้ มักจะจบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง พระนางลงเอยกันเสมอ ดังนั้นสิ่งสำคัญในหนังแนวนี้ จึงไม่ใช่จุดปลายทางว่าจะจบลงอย่างไร แต่เป็นระหว่างทาง ว่าพระนางจะเจอกันอย่างไร รักกันอย่างไร เสียมากกว่า และหนังอย่าง Long Shot ก็เล่าเรื่องในพาร์ทนี้ได้ค่อนข้างลงตัว

 

          อย่างที่เกริ่นไป สิ่งสำคัญในหนังโรแมนติก คือการทำให้คนดูคนหลุมรักพระเอกนางเอก และเชียร์ให้ทั้งคู่ได้ลงเอยกันในที่สุด ระหว่างทางของ Long Shot มีซีนดีๆอยู่เพียบ ด้วยความที่นางเอกต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจมากมายในประเทศต่างๆทั่วโลก และพระเอกก็ติดสอยห้อยตามไปด้วย ในฐานะทีมงานของเธอ ที่ต้องคอยดูสคริป คำแถลงต่างๆ



ทำให้ทั้งคู่ได้ใช้ช่วงเวลามากมาย ในสถานที่ต่างๆทั่วโลก จุดนี้เองที่หนังใช้ประโยชน์จากพล็อต สร้างสถานการณ์ทั้งที่สนุกๆ และโรแมนติกๆ แบบไม่ซ้ำหนังเรื่องอื่นได้ ยิ่งทั้งคู่เริ่มตกหลุมรักกัน และต้องปิดบังความลับนี้ไว้ เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ของนางเอกดูไม่ดี ทำให้มีฉากหวานอมขมกลืนอยู่ในหนังพอสมควร และทั้งหมดถูกออกแบบมาอย่างน่าสนใจ และเล่าเรื่องราวในจังหวะที่พอเหมาะ จนมันออกมาพอดีอย่างไม่น่าเชื่อ

 

บทสรุปของ Long Shot

 

          ไม่แปลกใจที่หลายคนจะมองข้ามหนังเรื่อง Long Shot เพราะทั้งชื่อหนังและโปสเตอร์ ไม่ค่อยบอกเท่าไหร่นักว่าหนังเกี่ยวกับอะไร อาจจะต้องดูตัวอย่างหนังแล้ว ถึงจะอยากดูมากยิ่งขึ้น แถมชื่อของนักแสดงตลกอย่าง เซ็ธ โรแกน ก็ไม่ได้โด่งดังอะไรมากนักในไทย ต่างจากยุคก่อนที่ โรบิน วิลเลี่ยม, จิม แคร์รี่ และอดัม แซนด์เลอร์ เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทำให้คอหนังจำนวนไม่น้อย อาจมองข้ามหนังเรื่องนี้ไปอย่างง่ายๆ

 

          จึงอยากให้ลองพิจารณาดู และให้โอกาส Long Shot เสียหน่อย เพราะในตัวหนังจริงๆแล้ว สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็นหนังตลกที่สนุกมาก และเป็นหนังรักที่น่ารักมากๆด้วย และนานๆที ที่หนังจะไปได้สุดทั้งในมุมโรแมนติก และมุมคอเมดี้ ซึ่งหนังเรื่องนี้ทำได้อย่างดี ท่ามกลางหนังซัมเมอร์ฟอร์มยักษ์ แอ็กชั่นกันกระจาย ถ้าใครกำลังมองหาหนังเบาสมองซักเรื่อง ที่จะทำให้คุณอมยิ้มอย่างหนักระหว่างดู Long Shot คือตัวเลือกที่ผมแนะนำอย่างมาก

 

 

**************************************

 

5 หนังโรแมนติกเบาสมอง "รักต่างชนชั้น"

 

          และถ้าใครติดใจ Long Shot สัปดาห์นี้เลยขอหยิบเอาหนังเก่าที่พล็อตแอบคล้ายๆกัน ซัก 5 เรื่องมาแนะนำ ดูไปให้หัวใจชุ่มฉ่ำ เผื่อความรักของพวกเราจะได้มีลุ้นกับเค้าบ้าง ต่อให้ฝันสูงแค่นี้ ก็อาจจะมีลุ้น ให้หัวใจเอื้อมถึงก็ได้นะ ว่าแล้ว ไปดูกันว่ามีเรื่องไหนเด็ดๆบ้าง

 

Notting Hill

 

          หนังรักระดับตำนานของ จูเลีย โรเบิร์ต และฮิวจ์ แกรนต์ กับเรื่องราวของหนุ่มเจ้าของร้านขายหนังสือเล็กๆในลอนดอน ที่บังเอิญได้เจอกับนักแสดงสาว ที่โด่งดังระดับโลก ซึ่งเดินทางมาถ่ายทำหนังในบริเวณนั้น ทำให้ทั้งคู่ได้ตกหลุมรักกัน แต่ความรักของชายธรรมดาๆหนึ่งคน กับหญิงสาวที่เป็นซูเปอร์สตาร์ จะสามารถเป็นไปได้จริงหรือไม่?

 

         

         นอกจากกวาดรายได้ไปอย่างงดงามทั่วโลก และได้รับคำชมอย่างล้มหลามแล้ว หนังยังเป็นที่จดจำในอีกหลายด้าน นอกเหนือจากการเป็นหนึ่งในหนังรักที่ดีที่สุดที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ฮิตติดชาร์ทแบบยกอัลบั้ม ทั้งเพลง When You Say Nothing At All, You've Got Away, I Do, From The Heart และ She รวมไปถึงบ้านที่เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ยังมีคอหนังแวะเวียนไปถ่ายรูปด้วยอีกนานหลังจากหนังฉาย

 

A Cinderella Story

 

          เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า Cinderella เป็นเรื่องราวความรักต่างชนชั้น ของหญิงกำพร้าที่ต้องอาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงและลูกสาวขี้อิจฉาอีก 2 คน กับเจ้าชายสุดหล่อ ที่บังเอิญเจอเธอในงานเลี้ยงในวัง ซึ่งเรื่องราวของซินเดอเรลล่านั้น ถูกนำมาสร้างเป็นหนังหลายต่อหลายเวอร์ชั่น ทั้งแอนิเมชั่นและหนังแบบคนแสดงของดิสนีย์

          แต่เวอร์ชั่นที่ถูกหยิบมาแนะนำนี้ คือ เวอร์ชั่นที่เอาเรื่องราวซินเดอเรลล่า มาดัดแปลงเป็นหนังรักวัยรุ่น ที่เกิดเรื่องราวในยุคปัจจุบัน เปลี่ยนฉากหลังจากอาณาจักรย้อนยุค มาเป็นโรงเรียนไฮสคูล และได้ขวัญใจวัยทีน (ในยุคนั้น) อย่าง ฮิลารี่ ดัฟฟ์ มารับบทนำ แม้หนังจะเปิดฉายกลางซัมเมอร์ ชนกับหนังฟอร์มใหญ่อย่าง Spider-Man 2 และ I, Robot แต่ก็สามารถกวาดรายได้จากทั่วโลกไปถึง 70 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างเพียง 20 ล้านเหรียญฯเท่านั้น

 

Maid In Manhattan

 

          หนังโรแมนติกเบาสมอง ที่นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ โลเปซ ที่รับบทเป็นแม่บ้าน ที่ดูแลความสะอาดในโรงแรม ซึ่งดันหยิบเอาชุดสุดหรูของแขกโรงแรมมาลองสวมใส่ดู ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้บังเอิญเจอกับ นักการเมืองหนุ่มใหญ่ (รับบทเป็น เรล์ฟ ไฟนน์) และตกหลุมรักกัน แต่เขาเข้าใจผิด ว่าเธอเป็นหญิงสาวไฮโซ ทำให้นางเอกต้องปกปิดความจริง ถึงตัวตนของเธอ เพราะกลัวว่า ความรักครั้งนี้จะพังทลายลงไป

 

          สำหรับ Maid In Manhattan ถือว่าเป็นหนังโรแมนติกเบาสมอง ที่ผสมผสานเรื่องราวออกมาได้อย่างลงตัว ภายใต้ฝีมือการกำกับของ เวย์น หวัง จาก The Joy Luck Club และ Anywhere But Here ซึ่งหนังสามารถกวาดรายได้ไปมากกว่า 150 ล้านเหรียญฯ จากทุนสร้างเพียง 50 ล้านเหรียญฯเท่านั้น

 

The Prince & Me

 

          เล่าเรื่องราวของเจ้าชายจากเดนมาร์ก ที่ทะเลาะกับพระราชาและพระราชินี จึงหนีออกจากวัง เดินทางมายังอเมริกา ปลอมตัวเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน เพื่อค้นหาตัวเองในมหาวิทยาลัย ทำให้เขาได้เจอกับนางเอก สาวสายมั่นที่ไม่ค่อยถูกชะตากับเขาในตอนแรก แต่เพราะต้องไปพาร์ทเนอร์ห้องแล็บ ทำให้ทั้งคู่ได้เริ่มมีโอกาสใกล้ชิดกัน และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

 

          สำหรับ The Prince & Me ได้ จูเลีย สไตล์ นางเอกสาวสุดเท่ห์จากหนังดังอย่าง Save The Last Dance, 10 Things I Hate About You มารับบทนำ แม้หนังจะทำเงินในระดับกลางๆตอนที่เข้าฉาย แต่กลับได้รับความนิยมหลังจากนั้น เมื่อหนังออกมาในรูปแบบวีดีโอและฉายทางทีวี จนทางค่ายหนังตัดสินใจสร้างภาคต่อมาอีก 3 ภาคเลยทีเดียว แม้ว่าจะส่งลงแผ่นเลย ไม่ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ก็ตาม

 

Pretty Woman

 

          หนึ่งในภาพยนตร์โรแมนติกที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล และเป็นหนังที่แจ้งเกิดให้กับเจ้าแม่หนังรอมคอม อย่าง จูเลีย โรเบิร์ต เรื่องนี้เธอรับบทเป็น วิเวียน วาร์ด หญิงสาวขายบริการในฮอลลีวู้ด ที่ได้รับการว่าจ้างจากนักธุรกิจผู้ร่ำรวย (รับบทโดย ริชาร์ด เกียร์) ให้มาดูแลเขา แต่ปรากฏว่าด้วยความใกล้ชิด ทำให้ทั้งคู่เริ่มตกหลุมรักกัน แต่ความรักของผู้หญิงขายตัว กับมหาเศรษฐี ซึ่งสถานะทางสังคมต่างกันสุดขั้ว ดูจะเป็นไปได้ยากเสียเหลือเกิน

             จากทุนสร้างเพียง 14 ล้านเหรียญฯ หนังกลับกวาดรายได้จากทั่วโลกไปมากถึง 463 ล้านเหรีียญฯ ขึ้นแท่นหนังโรแมนติกเบาสมอง ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในยุคนั้น และส่งให้ จูเลีย โรเบิร์ต ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมอีกด้วย


***************


SO WATCH

BY GOSSIPGUN


สุดสัปดาห์นี้ มีภาพยนตร์โรแมนติกเบาสมองเรื่องใหม่ อยากจะมาแนะนำกัน คือ "Long Shot” ความน่าสนใจคือ ประเด็นหลักของเรื่องที่แม้จะถูกนำมาสร้างหลายต่อหลายรูปแบบ แต่ก็ยังโดนใจ และได้รับความนิยมเสมอ นั่นคือเรื่องราวของ "ความรักต่างชนชั้น" ในที่นี้ มีทั้งต่างชนชั้นจริงๆ และความแตกต่างกันทางสถานะในสังคม คนไทยมักเรียกกันง่ายๆว่า "ดอกฟ้ากับหมาวัด" นั่นเอง