[REVIEW] “Pokemon : Detective Pikachu” ดูสนุกไม่ซับซ้อน แถมสีสันจากเหล่าโปเกม่อนที่ตลกและน่ารัก | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Pokemon : Detective Pikachu” ดูสนุกไม่ซับซ้อน แถมสีสันจากเหล่าโปเกม่อนที่ตลกและน่ารัก | GOSSIP GUN

       หลังจากคนทั่วโลกรู้จักโปเกม่อนมานาน 20 กว่าปี ไล่ตั้งแต่อนิเมะในรูปแบบซีรีส์ มาจนถึงหนังขนาดยาว วีดีโอเกมส์ในหลายรูปแบบ และธีมปาร์ค ในที่สุดโปเกม่อนก็เดินทางมาถึงการเป็นหนังใหญ่ในรูปแบบ Live-Action ผสมผสานคนแสดงเข้ากับตัวละครโปเกม่อนในแบบแอนิเมชั่น 3D จากเดิมที่หนังโปเกม่อนมีเพียงในรูปแบบแอนิเมชั่นเท่านั้น ถ้าพอจะจำกันได้ หนังอนิเมะภาคแรกนั้น ประสบความสำเร็จทั่วโลก เคยขึ้นอันดับ 1 ของตารางหนังทำเงินในอเมริกามาแล้ว และเพลงประกอบอย่าง Don't Say You Love Me ก็สร้างชื่อเสียงในกับวง M2M โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบ้านเรา

       ซึ่งภาพยนตร์เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ ถือว่าเป็นการร่วมทุนสร้างกันระหว่างสตูดิโอในฮอลลีวู้ดกับเจ้าจของลิขสิทธิ์ทางญี่ปุ่น ดัดแปลงจากวีดีโอเกมส์ที่ชื่อ Detective Pikachu เป็นหลัก (ดังนั้นอาจจะไม่ได้เกี่ยวโยงกับเส้นเรื่องในอนิเมะอื่นๆ) โดยได้ ร็อบ เล็ตเตอร์แมน ผู้กำกับที่ถนัดหนังแฟนตาซีสำหรับเด็ก จาก Goosebumps และ Shark Tale มากำกับการแสดง เล่าเรื่องราวในเมืองไรม์ โลกที่มนุษย์และเหล่าโปเกม่อน อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โดยตัวละครหลักในเรื่องคือ ทิม เด็กหนุ่มที่กำลังไขปริศนาเกี่ยวกับการหายตัวไปของพ่อเขา ซึ่งเป็นนายตำรวจตงฉินที่กำลังสืบคดีเกี่ยวกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ทำการทดลองบางอย่างเกี่ยวกับโปเกม่อน ซึ่งเบาะแสสำคัญในการสืบคดีนี้ คือเจ้าพิคาชู โปเกม่อนที่เป็นคู่หูของพ่อทิม ซึ่งดันความจำเสื่อม ทำให้มันจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ทั้งคู่จึงร่วมมือกันออกตามล่าหาความจริง!

       แน่นอนว่าสิ่งที่โดดเด่นสุด ในหนัง Pokemon Detective Pikachu นั้น ก็คือเหล่าบรรดาโปเกม่อน นั่นเอง ที่ทุกตัวนั้นโคตรจะน่ารัก และต่างมีเสน่ห์ มีความฮาในแบบตัวเอง ที่เป็นไฮไลต์และเป็นหัวใจสำคัญสุดของหนัง ก็คือเจ้าพิคาชู นั่นแหละ พอถูกดัดแปลงให้กลายเป็นตัวละครแบบ3Dไม่ใช่แค่อนิเมะลายเส้นแบนเรียบ กลายเป็นตัวละครที่มีมิติ มีขน มีความสมจริงมากขึ้น มันเลยดูมุ้งมิ้งอย่างมาก บวกกับการได้ ไรอัน เรย์โนลด์ มาพากย์เสียง ซึ่งมีความกวนแบบเบาๆ เหมือน Deadpool เวอร์ชั่นไม่หยาบคาย (เพราะเป็นหนังเด็ก) ไม่แน่ใจว่าพิคาชูฉบับก่อนๆจะเป็นอย่างไร แต่แบบฉบับนี้คือ น่ารัก น่าเอ็นดู และน่าคบหาอย่างมาก เป็นจุดเด่นของหนังที่แข็งแรงสุดๆ

       สำหรับตัวละครโปเกม่อนตัวอื่นๆ ก็ทยอยปรากฏตัวออกมาสร้างสีสันได้ดีตลอดทั้งเรื่อง ที่ขโมยซีนแบบหนักมากที่สุด คือ ไซดั๊ก โปเกม่อนตัวคู่หูของนางเอก ที่มาพร้อมกับคาแร็คเตอร์หน้าตาย เวลาทำอะไรก็ไม่แสดงออกทางสีหน้า เป็นเหมือนคู่ซี้คู่ฮาของพิคาชูไปโดยปริยาย เมื่อถึงฉากที่พระเอกและนางเอกจะต้องไปปฏิบัติภารกิจบางอย่างร่วมกัน ส่วนตัวละครฝั่งโปเกม่อนตัวอื่นๆ ก็ถูกวางไว้ในจุดที่สร้างสีสันได้ดีแทบทั้งหมด ทั้งฝั่งดีและฝั่งไม่ดี ซึ่งต้องไปติดตามกันเองในหนัง ว่าตัวไหนจะโผล่มาตอนไหนบ้าง(ซึ่งแฟนประจำของ โปเกม่อน น่าจะสนุกในส่วนนี้)

       พอตัวละครในส่วนของโปเกม่อนโดดเด่นมาก กลายเป็นว่าตัวละครฝั่งมนุษย์ที่ยังตรึงผู้ชมได้ไม่มากเท่า โดยเฉพาะจัสติซ สมิธ ที่ีรับบททิม พระเอกของเรื่อง ยังไม่มีเสน่ห์มากพอที่จะแบกหนังไว้ได้ และหนังใช้เวลานานกับความเศร้าของตัวละครนี้ จนช่วงแรกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก กว่าจะเข้าพาร์ทผจญภัยและตัวละครมีชีวิตชีวามากขึ้น ก็ใช้เวลาพักใหญ่ ส่วนดารารุ่นใหญ่ที่มาร่วมจอหลายคน ก็ไม่มีบทบาทอะไรมากนัก บิลล์ ไนท์ฮีย์ มีสีสันพอสมควร แต่กว่าจะมีบทก็ในช่วงหลัง ที่เสียดายสุดคือ เคน วาตานาเบ้ ที่บทน้อยจนแทบจะไม่สำคัญเลย ที่พอจะโดดเด่นขึ้นมาบ้าง คือหน้าใหม่อย่าง แคทเธอรีน สมิธ ในบทของลูซี่ นักข่าวที่พยายามสืบคดีการหายตัวไปของพ่อทิม ทำให้ได้มาเจอกับพระเอก เธอคือตัวละครฝั่งมนุษย์ที่มีสีสันสุด พออยู่คู่กับโปเกม่อนของเธอ คือ ไซดั๊ก ที่ขโมยซีนมากอยู่แล้ว ทำให้คู่นี้ดูเพอร์เฟ็คไปเลย

       ในแง่ของการเดินเรื่อง Pokemon Detective Pikachu เดินเรื่องคล้ายหนังสืบสวนสอบสวนทั่วไป ตัวละครนำค่อยๆสืบตามเบาะแสนำไปสู่ที่ซ่อนไว้ ซึ่งปกติมักจะมีอะไรหักมุมหรือเหนือการคาดเดา แต่เนื่องจากหนังเรื่องนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มเด็กด้วย ดังนั้น ระดับความเกินคาดหรือซัับซ้อนของคดีเลยไม่ได้มากมายอะไรนัก สำหรับคอหนังทั่วไปก็พอจะคาดเดาได้ อย่างไรก็ตาม หนังก็ยังมีฉากแอ็กชั่นผจญภัย สนุกสนานหลายฉากอยู่ รวมถึงการต่อสู้กันระหว่างโปเกม่อน ที่ตื่นตาใช้ได้เลยทีเดียว

       โดยรวม Pokemon Detective Pikachu เป็นหนังอีกเรื่องที่ดูได้เพลินๆ การเดินเรื่องไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรมาก สีสันสำคัญสุดคือเหล่าบรรดาโปเกม่อน โดยเฉพาะพิคาชู ในเวอร์ชั่นของ ไรอัน เรย์โนลด์ ที่ทั้งตลก ทั้งน่ารัก จะน่าโดนใจแฟนๆอย่างแน่นอน และที่สำคัญ ถ้าใครจะไปดูเรื่องนี้ ขอให้รีบไปดูนิดนึง เพราะมีบางฉากในช่วงท้ายเสี่ยงต่อการโดนสปอยด์มาก ถ้ารู้ก่อนอาจจะเสียอรรถรสได้ (แบบเดียวกับพวกAvengers เลย) ดังนั้น รีบไปดูหน่อยก็ดี

(ให้ 8 คะแนนเต็ม 10)