SO WATCH BY GOSSIPGUN

SO WATCH BY GOSSIPGUN

เก็บตกเวทีออสการ์ - สั้นสุด เจ็บสุด เซอร์ไพรสสุด !

HIGHLIGHTS

 

  • หลังจากกระแสเรียกร้องความเท่าเทียมกันระหว่างสีผิิวมาหลายปี งานประกาศผลรางวัลออสการ์ปีล่าสุด ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จไปอีกขั้น เพราะทำสถิติมีคนผิวสี ชนะในรางวัลหลักๆ มากถึง 7 คน ถือว่าเยอะที่สุดตลอดกาล นับตั้งแต่มีการมอบรางวัลออสการ์เลยทีเดียว

 

  • การพลิกล็อคในสาขานักแสดงนำหญิง จาก เกล็น โคลส จาก The Wife ที่เป็นตัวเต็ง กลายมาเป็น โอลิเวีย โคลแมน จาก The Favourite คว้ารางวัลไป ทำให้ เกล็น โคลส กลายเป็นนักแสดงหญิงที่อกหักจากออสการ์มากที่สุด โดยยังไม่เคยชนะรางวัลเลย และในปีนี้ ก็มีนักแสดงอีกคน ที่อกหักตามมาแบบติดๆเช่นกัน แต่จะเป็นใครนั้น ต้องลองอ่านดู

 

  • การถ่ายทอดสดประกาศผลรางวัลออสการ์ในปีนี้ กลายเป็นว่าไอเดียที่จะไม่มีพิธีกรหลักนั้น ได้รับคำชมอย่างมาก จนหลายคนเรียกร้องให้ออสการ์ ไม่ต้องจ้างพิธีกรหรือนักแสดงตลกมาดำเนินรายการในปีต่อๆไปเลย แต่ในฝั่งของเรตติ้งนั้น จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง คงต้องมาติดตามกัน

 

 

          เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 91 ที่ถือว่าสร้างประวัติศาสตร์หลายๆอย่าง แต่ที่คอหนังกล่าวถึงกันมากที่สุด คงหนีไม่พ้น 2 รางวัลที่แอบพลิกโผกัน อย่างภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และระยะเวลาในการจัดงาน ที่ถือว่าสั้นมาก เมื่อเทียบกับมาตรฐานออสการ์ ที่ยาวนานเกือบ 4 ชั่วโมงเป็นประจำ แต่ปีนี้เหลือความยาวเพียง 3 ชั่วโมง 17 นาทีเท่านั้น ปัจจัยสำคัญ คือการที่ออสการ์ ตัดสินใจ ไม่มีพิธีกรในปีนี้

 

          ในสัปดาห์นี้ กระแสในโลกของภาพยนตร์ คงยังหนีไม่พ้นกระแสต่างๆจากงานออสการ์  คอลัมน์ So Watch ของเรา เลยขอรวบรวมเกร็ดที่น่าสนใจ เอามาให้อ่านกัน เกี่ยวกับทุกแง่มุมของงาน    ออสการ์ ประจำปี 2019

 

*****************

 

เซอร์ไพรสที่สุด

 

          ย้อนกลับไปก่อนประกาศรางวัล ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม มากกว่า 80% คงเต็งให้รุ่นใหญ่อย่าง เกล็น โคลส จาก The Wife ชนะรางวัลออสการ์ไปครอง เพราะเข้าชิงมาแล้วมากถึง 6 ครั้ง และเพื่อนร่วมรุ่นก็ชนะกันไปหมดแล้ว ซึ่งเธอเองก็ให้สัมภาษณ์ว่า มันคงดีไม่น้อย ที่นักแสดงที่อายุปูนนี้แล้วจะชนะออสการ์ มันคงมีความหมายกับชั้นมาก..แต่แล้วเธอก็อกหักเป็นครั้งที่ 7 !

 

          ปรากฏว่า โอลิเวีย โคลแมน นักแสดงหญิงจากอังกฤษ ปาดหน้าเค้ก คว้ารางวัลไปครองจากบทควีนแอนน์ ในภาพยนตร์พีเรียดสุดแซ่บ เรื่อง The Favourite ซึ่งจะบอกว่าไม่มีวี่แววเลย ก็คงไม่ใช่ เพราะเธอเองก็คว้ารางวัลลูกโลกทองคำในสาขานำหญิงประเภทตลกมาแล้ว แถมเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ก็เพิ่งชนะในสาขาเดียวกันจากรางวัล BAFTA (หรือที่เรียกกันว่าออสการ์ของฝั่งอังกฤษ) ดังนั้นถึงจะสร้างเซอร์ไพรส แต่ใช่ว่าจะไม่มีเค้าลางมาก่อน

 

          หลังจากนี้ เส้นทางนักแสดงของ โอลิเวีย โคลแมน ยิ่งต้องจับตามอง เพราะเธอกำลังถ่ายทำซีรีส์เรื่อง The Crown ในซีซั่น 3 ในบทบาทของควีนอลิซาเบ็ธที่ 2 ที่รับช่วงบทนี้ต่อจาก แคลร์ ฟอย ซึ่งถือว่าเป็นการรับบทราชินีของอังกฤษ แบบต่อเนื่องกันไปเลย และบทดังกล่าว ก็เคยส่งให้ แคลร์ ฟอย ชนะทั้งลูกโลกทองคำและเอ็มมี่ อวอร์ด มาแล้ว ทำให้ปีหน้า โอลิเวีย เองมีโอกาสสูงมาก ที่จะได้ลุ้นรางวัลกันอีกครั้ง

 


ลุ้นผลรางวัลมากที่สุด

 

          ในบรรดาสาขาใหญ่ๆ รางวัลที่ดูมีโอกาสพลิกสุดแล้ว ก็คือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แม้กระแสส่วนใหญ่คิดว่า Roma จะชนะไป ด้วยงานสร้างที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบมากที่สุด แต่หลายคนก็แย้งในหลายประเด็น ทั้งความเป็นหนังต่างประเทศ ไม่ได้พูดอังกฤษ กรรมการจำนวนไม่น้อยที่เป็นคนอเมริกาอาจไม่อิน รวมถึงการที่หนังฉายใน Netflix ซึ่งกรรมการจำนวนไม่น้อยยังตั้งแง่ว่า เราควรให้รางวัลกับหนังที่ไม่ได้ฉายโรงอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหรือไม่

 

          แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเกิดการพลิกล็อค ออสการ์มอบรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมให้กับ Green Book ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสุด แม้งานสร้างจะไม่ได้หวือหวา หรือดูเป็นศิลปะมากนัก แต่ประเด็นในหนังที่กล่าวถึงการเหยียดผิว ก็เป็นประเด็นสากลสำหรับหนังสัญชาติอเมริกันอยู่ไม่น้อย

 

          พอกรรมการออสการ์ เลือกตัวเลือกที่ค่อยข้างไม่หวือหวานัก ทำให้นักวิจารณ์จำนวนไม่น้อยออกมาสับแหลก บอกว่าเป็นหนังออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ที่ย่ำแย่ที่สุด นับตั้งแต่เรื่อง Crash เมื่อปี 2004 เลยทีเดียว ที่ในสมัยนั้น ทุกคนคาดหวังว่า Brokeback Mountain จะชนะรางวัลใหญ่กลับบ้าน ผู้กำกับอย่าง อั้งลี่ ก็ชนะผู้กำกับยอดเยี่ยมไปแล้ว เหลือเพียงรางวัลสุดท้ายเท่านั้น แต่ชวดไป แบบเดียวกับปีล่าสุดเลย ที่ อัลฟอนโซ คัวรอน ชนะผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก Roma แล้ว แต่กลับพลาดหนังยอดเยี่ยมให้ Green Book ไป

 

เม็กซิโกบุกเยอะสุด

 

         
          ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมใน 6 ปีล่าสุด เป็นผู้กำกับชาวเม็กซิกัน ชนะไปแล้วถึง 5 ปี และทั้งหมดเกิดขึ้นจากผู้กำกับเพียง 3 คนเท่านั้น รายแรกคือ อัลฟอนโซ คัวรอน ที่เคยคว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไปเมื่อปี 2013 จาก Gravity และปีนี้ก็โคจรมาคว้าออสการ์ไปอิีกครั้งจาก Roma       ซึ่งความน่าสนใจคือ หนังทั้งสองเรื่องชวดภาพยนตร์ยอดเยี่ยม      แต่คณะกรรมการไม่ให้ออสการ์ผู้กำกับ ไม่ได้จริงๆ เพราะงานสร้างถือว่าพีคมาก

 

          รายที่สองที่ร่วมสร้างสถิตินี้คือ อเลฮานโดร อีนาริตู ที่ชนะออสการ์ผู้กำกับยอดเยี่ยมสองปีซ้อน จาก Birdman และ The Revenant เมื่อปี 2014-2015 ตามด้วยรายสุดท้ายคือ กิลเลอร์โม เดลโตโร จาก The Shape of Water เมื่อปีก่อน ทำให้หลังจากนี้ ฮอลลีวู้ดมองข้ามผู้กำกับจากเม็กซิโกไม่ได้เลยจริงๆ เรื่องของฝีมือไม่เป็นสองรองใคร

 

          ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา มีผู้กำกับที่ชนะรางวัลท่านเดียวเท่านั้น ที่ไม่ได้มาจากเม็กซิโก นั่นคือ เดเมี่ยน ชาเซลล์ จาก La La Land ที่ตัวเขานั้น มีสัญชาติฝรั่งเศส-อเมริกา

 

ถ่ายทอดสดสั้นที่สุด

 

          ในแง่ของการจัดงาน ปีนี้ต้องถือว่าเป็นปรากฏการณ์ เพราะเป็นปีแรกในรอบ 30 ปีที่ไม่มีพิธีกรหลักมาดำเนินงาน ใช้เสียง Voice-Over ในการแนะนำดาราที่ขึ้นมาประกาศรางวัลทีละคนแทน ซึ่งส่งผลให้ปีนี้ งานประกาศผลรางวัลออสการ์ ยาวเพียง 3 ชั่วโมง 17 นาทีเท่านั้น ในขณะที่เมื่อปีที่แล้ว งานออสการ์ยาวถึง 3 ชั่วโมง 53 นาที ถือว่าเป็นงานออสการ์ที่สั้นที่สุดในรอบ 7 ปีเลยทีเดียว

 

          กระแสจากในอินเตอร์เน็ตจำนวนไม่น้อย ที่ออกมาบอกว่า ไอเดียที่ว่าจะไม่มีพิธีกรในปีนี้ ซึ่งหลายคนมองว่าเสี่ยง กลายเป็นไอเดียที่ดีที่สุดสำหรับออสการ์ในระยะหลังเลยทีเดียว พร้อมกับบอกว่า ถ้าปีหน้าจะไม่มีพิธีกรอีก ก็ไม่ติดอะไร ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไปแม้แต่น้อย ซึ่งอันที่จริงแล้ว พิธีกรออสการ์ก็มักจะไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมาย นอกจากช่วงเปิดงานประมาณ 10 นาทีแรก ซึ่งจะเล่นมุกแบบรัวๆ ซึ่งปีนี้ได้ สามนักแสดงตลกหญิงอย่าง ทีน่า เฟย์, เอมี่ โพเลอร์ และมายา รูดอล์ฟ มาทำหน้าที่เปิดงานและเล่นมุกแบบกำลังพอดี ซึ่งหลายคนชื่นชมวิธีการแบบนี้

 

          และผลลัพภ์ด้านเรตติ้งก็ดูเหมือนจะสอดคล้องกับคำชม เมื่อปีนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่เรตติ้งการถ่ายทอดสดการประกาศผลรางวัลออสการ์ นั้นขยับขึ้น หลังจากเรตติ้งร่วงลงมาเรื่อยๆ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะไม่ใช่เรตติ้งทีสูงเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดี ว่าคนดูเริ่มกลับมาสนใจงานออสการ์อีกครั้ง

 

ชัยชนะของคนผิวสี

 

    
      ปีนี้ถือว่าเป็นชัยชนะอย่างมาก สำหรับกลุ่มคนผิวสีในฮอลลีวู้ด เนื่องจากมีคนผิวสี ชนะรางวัลไปถึง 7 คน ทุบสถิติ เป็นปีที่คนผิวสีชนะออสการ์ไปมากที่สุด นำโดย มาเฮอชาล่า อาลี ที่คว้าสมทบชายจาก Green Book, เรจิน่า คิง ที่คว้านักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก If Beale Street Could Talk และ สไปค์ ลี ที่คว้าสาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมจาก BlackKklansman

 

          นอกจากสถิติใหญ่แล้ว กลุ่มคนผิวสียังทำสถิติเล็กๆอีกหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็น รูธ คาร์เตอร์ ที่ชนะออสการ์ในสาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม จาก Black Panther ทำให้เธอกลายเป็นคนผิวสีคนแรกที่ชนะรางวัลออสการ์ในสาขานี้

 

          ในขณะที่มาเฮอชาล่า อาลี กลายเป็นนักแสดงผิวสีคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ ที่ชนะออสการ์ในสาขาการแสดงถึง 2 ตัว (จาก Moonlight และ Green Book) ส่วนคนแรกก็คือ เดนเซล วอชิงตัน นั่นเอง ที่เคยชนะออสการ์จาก Glory และ Training Day ซึ่งถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญอย่างมาก สำหรับนักแสดงผิวสีในฮอลลีวู้ด

 

อกหักมากที่สุด

 

          หลังจากพลาดออสการ์ ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมปีนี้ ทำให้ เกล็น โคลส ขึ้นแท่นนักแสดงหญิง ที่อกหักจากออสการ์มากที่สุด โดยที่ไม่เคยชนะรางวัลเลย เธอเข้าชิงมาแล้วถึง 7 ครั้งและอกหักทั้งหมด แบ่งออกเป็นชิงมากถึง 5 ครั้งในช่วงยุค 80 แล้วข้ามมาอีกครั้งเมื่อปี 2011 และอีกครั้งในปีล่าสุด

 

          อันที่จริงนักแสดงที่อกหักบ่อยสุด คือ เมอรีล สตรีฟ จากการที่เธอชิงออสการ์มากถึง 21 ครั้ง ทำให้ชวดออสการ์ไปแล้วมากถึง 18 ตัว แต่อย่างไรก็ตาม เธอยังเคยชนะออสการ์มากถึง 3 ครั้ง ทำให้แม้จะอกหักเยอะ แต่ก็สมหวังเยอะเช่นกัน

 

          ไม่ใช่แค่ เกล็น โคลส ที่พลาดรางวัลแบบซ้ำซ้อน นักแสดงหญิงฝีมือเยี่ยมอีกคน อย่าง เอมี่ อดัมส์ ก็เจ็บหนักเช่นกัน ในปีนี้เธอพลาดออสการ์ในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจาก Vice ให้กับ เรจิน่า คิง จาก If Beale Street Could Talk ทำให้เธอขึ้นแท่นนักแสดงหญิงที่พลาดออสการ์มาแล้วถึง 6 ครั้ง อกหักเยอะสุด เป็นรองเพียง เกล็น โคลส เท่านั้น ยังไงเหล่าบรรดาคอหนัง คงต้องเอาใจลุ้นให้กับทั้งคู่กันต่อไป ว่าวันที่พวกเธอจะได้ออสการ์มาครองคือเมื่อไหร่

 

เจ็บสุด – นำชายยอดเยี่ยม ตกเวที !

 

          การสะดุดล้ม หน้าคว่ำ หรือมีอุบัติเหตุเล็กน้อยบนเวทีออสการ์ ไม่ใช่เรื่องแปลก ย้อนกลับไปตอนที่ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ชนะออสการ์จาก Silver Lining Playbook เธอก็สะดุดล้ม ลงไปนั่งกับบันได ตอนขึ้นเวทีมาแล้ว แต่ก็แก้เขินได้ดี ด้วยการลุกขึ้นมารับรางวัล และกล่าวคำขอบคุณอย่างสวยงาม สำหรับปีนี้ อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกับ รามี มาเล็ค เจ้าของนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก Bohemian Rhapsody แต่น้อยคนที่จะเห็น เพราะทั้งหมดเกิดขึ้นช่วงพักโฆษณา หลังประกาศรางวัลเสร็จแล้ว

 

          โดยหลังจากที่ รามี มาเล็ค กล่าวคำขอบคุณเสร็จ และการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ตัดเข้าโฆษณา นักแสดงคนดังเจ้าของรางวัลออสการ์แบบสดๆร้อนๆ ก็เดินมาหน้าเวทีเพื่อถ่ายรูป แต่ดันก้าวพลาด จนตกเวทีด้านหน้าลงมา ทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากรายงานข่าวคือ ทีมงานได้รีบตามคนมาปฐมพยาบาลโดยด่วน และย้ายรามี มานั่งที่เก้าอี้แถวหน้าก่อน เพื่อดูอาการเจ็บ ซึ่งผลปรากฏว่า ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ที่ปลอดภัยหายห่วง คือ รางวัลออสการ์ ที่รามีกำไว้อย่างแน่นในมือ เรียกว่าตัวเจ็บได้ แต่ออสการ์พังไม่ได้น่ะจ๊ะ

 

เลดี้กาก้า ที่สุดของที่สุด

 

   
       ในระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือนแรกของปี เลดี้ กาก้า ก็ทำสถิติด้วยการเป็นดาราศิลปินหญิงคนแรก ที่ชนะรางวัล ลูกโลกทองคำ, แกรมมี่ อวอร์ด และออสการ์ ภายในปีเดียวกัน ! โดยเธอชนะรางวัลลูกโลกทองคำ พร้อมทั้งคว้าออสการ์กับแกรมมี่ ในฐานะนักแต่งเพลง จากเพลง Shallow ที่ประกอบหนัง A Star Is Born


***************

และทั้งหมดนี้ คือที่สุด สำหรับ ออสการ์ในปีนี้




SO WATCH

BY GOSSIPGUN