[REVIEW] “Bumblebee” นี่คือ Transformers ภาคที่อบอุ่นมากที่สุด | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Bumblebee” นี่คือ Transformers ภาคที่อบอุ่นมากที่สุด | GOSSIP GUN

       แทบจะกลายเป็นภารกิจหลักของผู้บริหารค่ายพาราเมาต์ไปเสียแล้ว กับการประคับประคองสมบัติในมืออย่างหนังชุด Transformers ให้มีลมหายใจต่อ ด้วยวิธีใดก็ได้ หลังจากที่ภาคล่าสุดอย่าง Transformers : The Last Knight ย่ำแย่ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ เป็นหนังในแฟรนไชส์นี้ ภาคที่ทั้งทำรายได้น้อยที่สุดและคนดูด่าสาปส่งมากที่สุด ถ้าขืนปล่อยให้สร้างภาค 6 ต่อไป โดยที่ไม่กลับมาตั้งหลักใหม่ อาจจะเป็นจุดจบของหนังชุดนี้ก็เป็นอันได้ ดังนั้น ทางค่ายพาราเมาต์จึงขอเบรกหนังภาคต่อ แล้วทดลองสร้างหนัง Transformers ในทิศทางใหม่ดู โดยใช้ทุนสร้างน้อยกว่าหนังทั้ง 5 ภาคที่สร้างมา เรียกว่าถ้าประสบความสำเร็จก็โชคดีไป แต่ถ้าเจ๊งก็ไม่บาดเจ็บมากนัก

       ไอเดียที่ว่านี้ คือการสร้าง Bumblebee หนังที่ถือได้ว่าเป็นทั้งภาคแยก (Spin-Off) และภาคก่อนหน้า (Prequel) ของ Transformers ทั้ง 5 ภาคที่ผ่านมา โดยจะเล่าเรื่องราวก่อนหน้าเหตุการณ์ทั้งหมด และโฟกัสที่ตัวละครบัมเบิ้ลบี เพียงตัวเดียวเท่านั้น หนังจะพาเราย้อนกลับไปปี 1987 เมื่อเกิดสงครามครั้งใหญ่ที่ดาวไซเบอร์ตรอน บัมเบิ้ลบีถูกสั่งให้หลบหนีมายังโลกมนุษย์ และ ณ ที่แห่งนี้ เขาก็ได้พบกับ ชาร์ลี (รับบทโดย เฮลี่ย์ สไตนเฟลด์) สาววัย 18 ปีที่รู้สึกโดดเดี่ยวเพราะเพิ่งสูญเสียคุณพ่อที่เธอสนิทมากไป การที่เธอได้เจอกับบัมเบิ้ลบี เป็นเหมือนประตูบานใหม่ ให้เธอได้เจอมิตรภาพและเรียนรู้ชีวิตอีกครั้ง เช่นเดียวกับบัมเบิ้ลบี ก็ได้ค่อยๆซึมซับถึงน้ำใจของมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกัน ภัยอันตรายก็เริ่มเข้ามาใกล้ตัวพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเหล่าหุ่นยนต์ตัวร้าย กำลังเดินทางมายังโลก เพื่อจัดการบัมเบิ้ลบีให้สิ้นซาก

       หลังจากดู Bumblebee จบ บอกได้เลยทันทีว่านี่คือหนัง Transformers ภาคที่ดีที่สุดภาคหนึ่งและอบอุ่นมากที่สุดเช่นกัน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าแฟนประจำของหนังชุดนี้จะพึงพอใจขนาดไหน เพราะหนังเปลี่ยนแนวไปเลย จากเดิมที่เป็นหนังแอ็กชันฟอร์มมหึมา เน้นฉากต่อสู้ขนาดใหญ่ ระเบิดภูเขาเผาตึกกันเป็นว่าเล่นในช่วงฉากไคลแม็กซ์ แต่สำหรับหนัง Bumblebee อาจกล่าวได้ว่า นี่คือหนังวัยรุ่น ที่มีความเป็น Coming-of-Age อย่างสูง (หมายถึง หนังที่ตัวละครหลักที่เผชิญกับเหตุการณ์บางอย่าง จนเติบโตขึ้นทางความคิด) มากกว่าจะเป็นหนังแอ็กชันเน้นๆแบบภาคก่อนๆ ถ้ามองเฉพาะหนังภาคนี้โดยไม่เอาไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่แฟนๆเคยได้รับ ก็ต้องบอกว่า เป็นภาคที่ดูสบายและมีความสุขเลยทีเดียว หนังเล่าถึงมิตรภาพระหว่างสองตัวละครนำได้อย่างดี เมื่อตัวละครชาร์ลี และบัมเบิ้ลบี ได้มาเจอกัน ต่างคนต่างมีปัญหาของตัวเอง แต่พอได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก็นำมาซึ่งการพัฒนาของตัวละครทั้งคู่ ให้ต่างเติบโตขึ้นในแบบของตัวเอง เรียกว่าดูจบแล้ว อิ่มเอมใจ ผิดกับหนัง Transformers เรื่องก่อนๆอย่างมาก

       แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับความคาดหวังของแฟนๆแต่ละคน เมื่อไฮไลต์หลักของ Transformers ซึึ่งก็คือฉากแอ็กชัน ถูกลดทอนลง ทั้งในแง่ของปริมาณ ที่เราจะไม่ได้เห็นฉากต่อสู้เยอะเท่าภาคก่อนๆ และในแง่ของ Scale ที่ฉากต่อสู้นั้น ไม่ได้ยิ่งใหญ่มากเท่าที่เคยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากบนโลกมนุษย์ ที่ถ้าเทียบกับภาคก่อนๆ ภาคนี้ถือว่ามาในไซส์กลางเท่านั้น ดังนั้น ถ้าคาดหวังว่าจะยิ่งใหญ่เท่าภาคก่อนๆ คงผิดหวัง แต่กระนั้น ฉากแอ็กชันที่หนังมี ก็ถือว่าทำได้ดี มีฉากเท่ห์ๆให้แฟนๆให้ฮือฮาพอสมควร

       อีกหนึ่งเสน่ห์สำคัญของ Bumblebee เกิดจากการที่หนังเลือกพาผู้ชมย้อนกลับไปปลายยุค 80 ต้องยอมรับว่าวัฒนธรรมต่างๆในยุคนั้น ล้วนสร้างสีสันให้กับหนังฮอลลีวู้ดที่เลือกในย้อนไปสัมผัสมากมาย ทั้งแฟชั่น ไลฟสไตล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ"เพลง" ที่สำหรับหนัง Bumblebee แล้ว เพลงยุค 80 ที่หนังหยิบมาใช้มากมาย เรียกว่าเป็นตัวขโมยซีนดีเลยทีเดียว เนื่องด้วยตัวละครบัมเบิ้ลบีนั้น ไม่สามารถพูดได้ (เช่นเดียวกับในหนัง Transformers ภาคก่อนๆ) ดังนั้น มันจึงเลือกสื่อสารกับมนุษย์ผ่านการสุ่มเลือกเพลงดังในวิทยุ มาเพื่อบอกเล่าสิ่งที่รู้สึก เราจึงจะได้ยินเพลงเพราะๆมากมาย ให้หวนชวนนึกถึงอดีต กลายเป็นเสน่ห์สำคัญในหนังให้คนพูดถึง แบบเดียวกับที่ Guardians of the Galaxy เคยใช้ประโยชน์มาแล้ว

       สำหรับ Bumblebee ถือว่าเป็นการรับบทนำในหนังใหญ่อย่างเต็มตัวสำหรับ เฮลี่ย์ สไตน์เฟลด์ ซึ่งเธอทำหน้าที่ได้อย่างน่าพอใจ ความน่ารักของเธอช่วยเพิ่มความอ่อนโยนให้กับหนังอย่างมาก จากเดิมที่หนัง Transformers มักมีตัวละครเดินเรื่องเป็นเพศชาย การเปลี่ยนมาเป็นผู้หญิงแต่มีบุคลิกแมนๆ ชอบซ่อมรถ ช่วยให้หนังลดทอนความแข็งกระด้าง และเพิ่มความอ่อนโยนได้มากขึ้น ส่วนตัวละครบัมเบิ้ลบี จากเดิมที่เป็นตัวขโมยซีนในหนัง Transformers ภาคก่อนๆอยู่ พอได้ขยับมามีบทบาทแบบเต็มตัว ทำให้เรายิ่งได้สัมผัสกับมุมดีๆของตัวละครนี้เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้แฟนๆรักมากขึ้นอย่างง่ายดายเลยทีเดียว

       สรุปแล้ว Bumblebee คือหนัง Transformers ภาคที่แตกต่างจากภาคก่อนๆมากที่สุด เหมือนแปลงร่างกลายเป็นหนังวัยรุ่น Coming-of-Age ในคราบของหนังแอ็กชันหุ่นยนต์ อย่างที่กล่าวไปว่า ฉากบู๊ในหนังอาจจะลดน้อยลงไป ไม่ได้ใหญ่โตเท่าภาคก่อนๆ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา คือหัวใจ คือความอบอุ่น คือความอิ่มเอม แม้หนังจะมีตัวละครหลักเป็นหุ่นยนต์ แต่อาจกล่าวได้ว่า นี่คือหนัง Transformers ภาคที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุดภาคนึงเลยก็ว่าได้ ลองเปิดใจมาชม แล้วคุณอาจจะตกหลุมรักหนังชุดนี้มากยิ่งขึ้น

(ให้ 9 คะแนนเต็ม 10)