[REVIEW] “The Wife” เพราะเป็นภรรยา ถึงได้เจ็บปวด | GOSSIP GUN

[REVIEW] “The Wife” เพราะเป็นภรรยา ถึงได้เจ็บปวด | GOSSIP GUN

       แม้จะเล่าเรื่องราวของคู่สามีภรรยาตระกูลแคสเซิลแมน แต่ในเมื่อหนังขึ้นชื่อว่า 'The Wife' มุมมองในการเล่าเรื่อง และประเด็นสำคัญที่นำเสนอของหนัง คงตกอยู่ที่ภรรยา หนังเปิดเรื่องที่ โจ แคสเซิลแมน ในวัยชรา ได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวดีว่า ตนนั้นได้รับรางวัลโนเบลในสาขาวรรณกรรม เขาและภรรยา รวมถึงลูกชายที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียนเช่นกัน จึงเดินทางไปยังกรุงสตอกโฮล์ม เพื่อเข้าร่วมพิธีเชิดชูเกียรตินี้ ในขณะเดียวกัน หนังก็ค่อยๆเผยว่า อันที่จริงแล้ว ฝ่ายของภรรยา นั่นคือ โจแอน ก็เคยมีความฝันอยากเป็นนักเขียนเช่นกัน ในช่วงเวลานี้หนังตัดสลับเหตุการณ์ในอดีตกับปัจจุบัน ย้อนกลับไปสมัยที่โจแอนยังเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย และเป็นดาวรุ่งกำลังมาแรง แต่แล้วเธอก็ต้องยอมละทิ้งความฝัน เพราะยุคสมัยนั้น นักเขียนหญิงไม่เป็นที่ต้องการ และเพราะต้องทุ่มเวลาในการดูแลครอบครัวที่เธอและโจ กำลังจะสร้าง

       ความโดดเด่นของ The Wife คือการถ่ายทอดความเสียสละของเพศหญิง ในการทำหน้าที่ภรรยา ในการยอมเป็นช้างเท้าหลัง ในการอยู่ภายใต้เงาของสามี ซึ่งในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง เพศหญิงไม่มีปากเสียง และไม่มีบทบาทในแวดวงสังคม เช่นเดียวกับแวดวงวรรณกรรม อย่างที่เกริ่นไปตอนต้น ว่าหนังสือที่เขียนโดยผู้หญิง แทบไม่มีคนอ่าน จนเธอนั้นต้องเสียสละความสามารถส่วนตัว เพื่อดูแลสามีเป็นหลัก และในคำแนะนำ เมื่อสามีเริ่มต้นเขียนผลงานใหม่ แทนที่เธอจะได้ตีพิมพ์ผลงานของตัวเอง โจแอนต้องเสียสละเป็นอย่างมาก และยิ่งในวันที่สามีรับรางวัลโนเบลในสาขาวรรณกรรม อันที่จริงแล้ว เธอเองก็มีโอกาส ถ้ายอมตามความฝันในวันนั้น แต่ในวันนี้กลับสายเกินไปเสียแล้ว

       The Wife ทำหน้าที่ได้อย่างดีในการถ่ายอดความไม่เท่าเทียมทางด้านเพศ แถมยังทำได้ดีในการเสียดสีครอบครัว และชีวิตคู่ ทั้งประเด็นเรื่องของบทบาท และความพยายามจะประคับประคองในครอบครัวอยู่รอด มีฉากหนึ่งที่ทั้งโจและโจแอนนั้น ทะเลาะกันแทบตาย แทบบ้านจะแตก แต่จู่ๆก็มีเหตุการณ์หนึ่งแทรกเข้ามา ทำให้ทั้งคู่คืนดีกันโดยแทบจะไม่มีการขอโทษอะไร นอกจากนี้ หนังยังมีอีกประเด็นเด็ด คือการวัดรอยเท้าพ่อ โดยในหนังลูกชายของครอบครัวนี้ มีความฝันอยากเป็นนักเขียนเช่นกัน แต่เขามักโดยตำหนิในผลงาน และดูเหมืิอนจะไม่พ้นจากเงาของพ่อเช่นกัน หนังถ่ายทอดประเด็นนี้ ได้อย่างน่าเศร้าใจยิ่งนัก

       ในเมื่อ The Wife ไม่ใช่หนังที่หวือหวาเรื่องงานโปรดักชันอะไรมากนัก ไฮไลต์จึงอยู่ที่งานเขียนบทและการแสดง ตัวเนื้อเรื่องเอง มีประเด็นที่น่าคิดวิเคราะห์หลายจุด ถือว่าน่าสนใจ แต่ก็ไม่ได้ดำเนินเรื่องยากเกินการคาดเดานัก ในส่วนของนักแสดง แทบจะเป็นสิ่งสำคัญสุดในหนังเรื่องนี้ เริ่มจากนักรุ่นใหญ่อย่าง Glenn Close ในบทนางเอกในวัยชรา ที่เป็นหัวใจสำคัญของหนัง หนังแทบไม่มีฉากอะไรให้เธอระเบิดอารมณ์ แต่ความเด็ดของการแสดงนั้น คือ ตัวละครที่ต้องเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ตลอดเวลา ไม่สามารถแสดงออกต่อหน้าผู้อื่นได้ เหมือนจะระเบิดออกมาได้เสมอ แสดงได้ดี และทำได้ลึกเหลือเกิน อีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ Jonathan Pryce ในบทสามี ที่รู้อยู่เต็มอก ว่าที่ภรรยาเป็นแบบนี้ เพราะความผิดของตน แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะหน้าตาทางสังคม ในฐานะสามี ในฐานะนักเขียนชื่อดัง ล้วนค้ำคออยู่ ถือว่าการแสดงของเขา ดีไม่แพ้กับ Glenn Close และช่วยเกื้อหนุนกันอย่างมาก

       โดยรวม The Wife ไม่ใช่หนังใหญ่ ไม่ใช่หนังดูยาก ไม่ใช่หนังที่มีอะไรมากมาย แต่เป็นหนังดราม่าเล็กๆหนึ่งเรื่อง ที่เล่าถึงประเด็นใกล้ตัว ประเด็นที่น่าสนใจ เสียดสีสังคมเรื่องเพศ และสถาบันครอบครัว อย่างไม่ควรมองข้าม และมาพร้อมกับการแสดง ของนักแสดงรุ่นใหญ่ที่ควรยกย่อง หนังจะเข้าฉาย 20 ธันวาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

(ให้ 8.5 คะแนนเต็ม 10)