[REVIEW] “Robin Hood” โรบินฮู้ดฉบับใหม่ เดินเรื่องไวปานจรวด | GOSSIP GUN

[REVIEW] “Robin Hood” โรบินฮู้ดฉบับใหม่ เดินเรื่องไวปานจรวด | GOSSIP GUN

       พูดถึงตำนานของโรบินฮู้ดคงจะไม่มีใครไม่รู้จัก เรื่องราวของโจรที่ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน จนเป็นขวัญใจของชาวบ้าน ในฐานะผู้ช่วยเหลือและผดุงความยุติธรรมให้พวกเขา แต่ภาพลักษณ์ของหนังที่เล่าเรื่องราวของโรบินฮู้ดนั้น คงหนีไม่พ้นคำว่า "เชย" เพราะเรื่องราวเป็นย้อนยุค เดินเรื่องด้วยลักษณะเดิมๆมาโดยตลอด ไล่ตั้งแต่หนังเวอร์ชันแรกเมื่อ 110 ปีก่อน ยาวมาจนถึงเวอร์ชันที่คอหนังยุคหลังๆน่าจะพอทันกัน คือเวอร์ชันยุค 90 ของพระเอก เควิน คอสเนอร์ และเวอร์ชันยุค 00 ของรัสเซล โครว์

       การที่จะมีใครนำ Robin Hood มารีเมกใหม่อีกครั้ง ต้องคิดมาอย่างดีแล้วว่า ต้องเปลี่ยนวิธีการเล่าเรื่อง มิฉะนั้นคอหนังคงจะเบื่อ สู้หยิบเอาเวอร์ชันเก่ามาดูใหม่แบบไม่เสียตังค์ยังจะดีเสียกว่า ดังนั้น Robin Hood เวอร์ชันปี 2018 (ที่มี ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ อยู่ในรายชื่อผู้อำนวยการสร้างด้วยนั้น) จึงพลิกโฉมจอมโจรเพื่อชาวบ้านใหม่ จนแทบไม่เหลือเค้าความเชยแบบเดิม ยกเว้นความย้อนยุคที่ยังต้องมี ถึงแม้ภาพในหนังอาจจะดูเป็นยุคสมัยก่อน แต่สไตล์การเล่าเรื่อง รวมถึงฉากแอ็กชันนั้น ดูทันสมัย เสียจนคิดว่าคือหนังในตระกูล Mission: Impossible

       Robin Hood เวอร์ชันใหม่นี้ มีความเป็นหนัง Prequel อยู่เบาๆ ด้วยการเลือกเล่าเรื่องก่อนที่โรบินฮู้ดจะมาเป็นโจรที่ชาวบ้านสรรเสริญ แบบที่พวกเราคุ้นเคยและรู้จัก หนังพาย้อนกลับไปสมัยตัวละครนี้ยังหนุ่มๆ เป็นวัยรุ่นเจ้าสำราญในนาม ท่านลอร์ดโรบิน แห่งล็อกซ์เลย์ เขาถูกเจ้าเมืองน็อตติ้งแฮมหักหลัง ด้วยการส่งไปเป็นทหารรบในสงครามครูเสด เป็นเวลานานกว่า 4 ปี จนมีข่าวลือว่าลอร์ดโรบินนั้นเสียชีวิต คนรักของเขาอย่างแมเรียม จึงทำใจและไปมีคนรักใหม่ เมื่อโรบินกลับมาจากสงคราม เขาจึงสูญเสียทุกสิ่ง ทั้งคฤหาสน์ คนรัก เขาจึงวางแผนจะล้างแค้นเจ้าเมืองน็อตติ้งแฮม ด้วยการปล้นเงินมาช่วยเหลือชาวบ้าน

       แม้จะเป็นเรื่องราวของตัวละครที่เก่าแก่ แต่ Robin Hood เวอร์ชันนี้มีความใหม่มากในหลายส่วน ทั้งเส้นเรื่อง และวิธีการเล่าเรื่อง คงมีไม่กี่ครั้งที่เราจะได้ย้อนไปทำความรู้จักต้นกำเนิดของตัวละครแบบนี้ หนังทำได้อย่างน่าสนใจ และไปจบเรื่องราวในช่วงเวลาของ Robin Hood ที่เราคุ้นเคยแบบพอดี ทำให้พล็อตไม่ซ้ำซากจากฉบับก่อนๆ ส่วนวิธีการเล่าเรื่อง คือเอาสไตล์ทันสมัยดั่งหนังแอ็กชันยุคนี้ไปครอบ ดังนั้น ทุกอย่างจึงไวปานจรวดไปหมด ทั้งการเล่าเรื่อง สไตล์การตัดต่อฉากแอ็กชัน แม้หนังจะอัดแน่นด้วยปมมากมายแค่ไหนก็ตาม ก็คลี่คลายไปไวทั้งหมด จนไม่รอเวลาให้คนดูเบื่อเลย

       อย่างที่กล่าวไปตอนต้น แม้ภาพของหนังจะดูเก่า เพราะเป็นหนังย้อนยุค แต่ไส้ในของหนัง หัวใจของหนัง ทันสมัยมาก ฉากแอ็กชันหลายฉากน่าตื่นเต้นใกล้เคียงกับ Mission: Impossible เลย หนังแทบจะแทนธนูกับปืนกลด้วยกันได้ ทั้งความไว ความรวดเร็วของมัน บางซีนในการปล้นเงินมีกลิ่นอายหนังแนววางแผนปล้นธนาคารอย่างชัดเจน จนแอบนึกถึงหนังตระกูล Ocean's 11 และมีบางจุดของหนังที่เป็นช่วงโรบินฮู้ดเรียนรู้วิชาจากอาจารย์ ก็มีกลิ่นอายแบบ The Karate Kid และหนังสไตล์นี้อีกหลายเรื่องอยู่เหมือนกัน

       ถ้าจะพูดถึงจุดด้อยของหนัง อาจจะเป็นเรื่องบทที่ มีรูรั่วและช่องโหว่โผล่ให้เห็นเต็มไปหมด แต่ก็ถูกกลบให้คนดูไม่สนใจมาก ด้วยการเดินเรื่องไว แต่บางช่วงเราก็แอบอดคิดไม่ได้ อาทิ การปิดอำพรางหน้าของพระเอก ที่ดูยังไงก็รู้ว่านี่คือ โรบิน คนอื่นในหนังดูไม่ออกได้ยังไง และหลายฉากที่ Cheesy มาก มีความสูตรจ๋าจนแอบเลี่ยน นึกถึงละครไทยหลังข่าวในบ้านเรา จนไม่อยากเชื่อว่าหนังฮอลลีวู้ดสมัยใหม่ เค้าก็นิยมใช้ฉากแบบนี้เหมือนกัน

       โดยรวม Robin Hood เวอร์ชันใหม่นี้ เป็นความบันเทิงแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ดูเพลิน เดินเรื่องเร็ว รวมถึงพระเอก ทารอน อีเกอร์ตัน เรื่องนี้เท่ห์ไม่แพ้ Kingsman เลย ถือเป็นแคสติ้งที่เหมาะสม เหมาะกับคาแร็คเตอร์ดี ถ้าคิดว่า Robin Hood เวอร์ชันนี้จะเชยและซ้ำซาก รับประกันว่าไม่เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน

(ให้ 7.5 คะแนนเต็ม 10)